โครงการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการได้รับมาตรฐาน ISO/IEC 29110

             เมื่อวันศุกร์ ที่ 15 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา บริษัท Double M Technology Management Co,.Ltd. โดยมีคุณอภิรักษ์ เชียงเจริญ กรรมการผู้จัดการบริษัท ได้ขึ้นไปรับใบประกาศมาตรฐาน ISO/IEC 29110 ของโครงการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการได้รับมาตรฐาน ISO/IEC 29110 เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของบริษัท ที่บริษัทเรามีการยืนยันจาก ISO ว่าสิ่งที่สร้างจากบริษัทเรามีมาตรฐานรับรองจริงๆ

นิรโทษภาษีเอสเอ็มอีรอบใหม่ คลังปล่อยผียกเว้น “เบี้ยปรับ-เงินเพิ่ม”

          เอสเอ็มอีบัญชีเดียวไม่สะเด็ดน้ำ คลังออกมาตรการเปิดให้จดแจ้งแสดงตนรอบใหม่ภายใน มิ.ย.นี้ เผยรอบแรก มีผู้เข้าร่วมเกือบ 5 แสนราย แต่ยังทำบัญชีเสียภาษีไม่ถูกต้องเพียบ เปิดทางรายเก่า-ใหม่เข้ามาเคลียร์ภาษีให้ถูกต้อง ขุนคลังชี้รอบนี้ยกเว้น “เบี้ยปรับ-เงินเพิ่ม” ให้จ่ายเฉพาะเนื้อภาษี 
          นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กระทรวงการคลังเตรียมออกมาตรการจูงใจให้ผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีทำบัญชีเล่มเดียวอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้ หลังจากที่เคยออกมาตรการลักษณะนี้ไปแล้ว เมื่อปี 2559 แต่ปรากฏว่าเอสเอ็มอีที่เข้ามาจดแจ้งเข้าร่วมโครงการยังทำบัญชีกันไม่ถูกต้องอยู่อีกมากพอสมควร อย่างไรก็ดี ครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้เอสเอ็มอีที่ไม่ได้จดแจ้งเข้าร่วมเมื่อปี 2559 สามารถเข้าร่วมโครงการได้ด้วย
          “จะมีมาตรการออกมาสำหรับทั้งคนที่เคยจดแจ้งและ คนที่ยังไม่เคยจดแจ้งแต่ต้องการทำให้ถูกต้องสามารถเข้าร่วมได้ ซึ่งจะได้รับการยกเว้นเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม โดยต้องมาชำระภาษีให้เรียบร้อยภายในเดือน มิ.ย.” นายอภิศักดิ์กล่าว
          รมว.คลังกล่าวว่า มาตรการบัญชีเล่มเดียวยังคงเป็นไปตามเดิม แต่ที่ต้องออกมาตรการจูงใจรอบนี้ก็เพื่อเป็นการผ่อนผันให้ผู้ที่ยังทำไม่ถูกต้องได้ทำบัญชีให้ถูกต้อง
          ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า มาตรการจูงใจเอสเอ็มอีให้จัดทำบัญชีเดียวดังกล่าว ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)
          แหล่งข่าวจากกรมสรรพากรกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ได้มีการเสนอมาตรการดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปตั้งแต่ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเสนอเป็นร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ปัจจุบันอยู่ในขั้นการพิจารณาของ สนช. คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน มี.ค.นี้ เพราะถือเป็นเรื่องเร่งด่วน อย่างไรก็ดี จะแตกต่างไปจากมาตรการครั้งก่อนที่ออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การยกเว้นและสนับสนุนการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร พ.ศ. 2558
         ทั้งนี้ มาตรการครั้งก่อนที่ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีรายได้ไม่เกิน 500 ล้านบาท ในรอบบัญชีปี 2558 ได้จดแจ้งการจัดทำบัญชีและงบการเงินให้สอดคล้องกับสภาพที่แท้จริงของกิจการ (บัญชีเล่มเดียว) ต่อกรมสรรพากรภายใน 15 มี.ค. 2559 จะได้รับการยกเว้นจากการตรวจสอบภาษีอากรย้อนหลัง ซึ่งปรากฏว่ามีเอสเอ็มอีเข้ามาจดแจ้งกับกรมสรรพากรเกือบ 5 แสนราย แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังมีเอสเอ็มอีที่ทำบัญชียังไม่ถูกต้องอยู่อีกค่อนข้างมาก
          “รอบนี้จะเปิดโอกาสให้เอสเอ็มอีที่มีรายได้ไม่เกิน 500 ล้านบาท ที่มีการยื่นแบบแสดงรายการภาษีในปี 2559-2561 แต่ยังทำบัญชีไม่ถูกต้อง สามารถยื่นปรับปรุงแบบภาษีที่ถูกต้องต่อกรมสรรพากร ในช่วงตั้งแต่ มิ.ย. 2562 จนถึง มิ.ย. 2563 และมีเงื่อนไขต้องยื่นผ่านอินเทอร์เน็ตเท่านั้น ซึ่งจะได้รับการยกเว้นเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม โดยเสียเฉพาะเนื้อภาษี ทั้งนี้ เปิดโอกาสให้ทั้งเอสเอ็มอีรายใหม่ที่ยังไม่เคยจดแจ้ง และรายที่เคยจดแจ้งแล้วแต่ยังไม่มีการปรับปรุงแบบให้ถูกต้องด้วย โดยต้องมาจดแจ้งใหม่หลังกฎหมายบังคับใช้จนถึงภายในเดือน มิ.ย.2562 นี้”

 

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ผลักดันธุรกิจขนาดเล็กใช้ระบบไอทีบริหารกิจการ

     บริษัท ดับเบิล เอ็ม เทคโนโลยี แมเนจเม้นท์ จำกัด ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์  ใน”โครงการบริหารจัดการธุรกิจแบบครบวงจร” (total Solution for SMEs)  โดยสนับสนุนธุรกิจที่มีทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท และยอดขายไม่เกิน 5 ล้านได้ใช้ระบบไอทีในการบริหารกิจการ โดยสามารถนำระบบ Double M Samakkee 1 Cloud ไปใช้ระยะ 12 เดือน จำนวน 1 ผู้ใช้งาน (ไม่รวมค่าอบรมการใช้งาน)

Double M Samakkee 1 Cloud

  • เหมาะกับธุรกิจทุกอุตสาหกรรม
  • รองรับการขายหน้าร้าน โดยใช้ระบบ P.O.S.
  • รองรับการขายส่ง และขายต่างประเทศ
  • รองรับขยายสาขา ไม่จำกัด ทำงานผ่านออนไลน์
  • ดูยอดขายและสินค้าเหลือผ่านมือถือหรือผ่าน
  • ระบบคลังสินค้าที่รองรับสินค้าที่หมดอายุได้ พร้อมรายงานสต๊อคการ์ด
  • ระบบบันทึกรายรับและรายจ่าย พร้อมภาษีซื้อ ภาษีขาย
  • รายงานงบกำไร-ขาดทุนตามสาขา พร้อมปิดงบ

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Call : 0-20433697 / 0840884638
Line : @doublem
Facebook : doublemtech

ทุนสนับสนุนการซื้อผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลสูงสุดจำนวน 10,000 บาท* เพื่อยกระดับการบริหารจัดการของ SMEs ไทย “depa ช่วย SMEs ไทย ประยุกต์ใช้ดิจิทัล”

Depa ใจดีแจก Voucher สำหรับผู้ประกอบการที่ใช้บริการ ของทางบริษัทเรา
กลุ่มเป้าหมาย SMEs :

  • ธุรกิจเกษตรและอาหาร (โรงสี โรงงานแปรรูป)
  • ธุรกิจร้านค้าบริการ (ร้านอาหาร ธุรกิจบริการ)
  • ธุรกิจร้านค้าปลีก – ค้าส่ง (ร้านขายของชำ)
  • ธุรกิจท่องเที่ยว (โรงแรม ที่พัก เช่ารถ ขนส่ง)

* ระยะเวลาโครงการ : ตลอดปี 2562
* จำนวนทุนสนับสนุน : 2,200 ทุน ทั่วประเทศ

รายละเอียดโครงการ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.depa.or.th/th/SMEdigitalcoupon
ติดต่อสอบถาม 084-088-4638 คุณอภิรักษ์

ดีป้าใจป้ำ มอบของขวัญปีใหม่ให้SMEรายเล็กซื้อ Software รับส่วนลดสูงสุด 10,000 บาทต่อราย พร้อมรับสิทธิลดหย่อนภาษี 200 %

            ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) กล่าวว่า ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มอบหมายให้ดีป้าจัดเตรียมมอบของขวัญปีใหม่ให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย เพื่อส่งเสริมให้มีการประยุกต์ใช้ดิจิทัลในองค์กรเพื่อยกระดับธุรกิจและก้าวทันการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลยุค Thailand 4.0 โดยดีป้ารับลูกสนับสนุนเอสเอ็มอีใช้ดิจิทัล ภายใต้ 2 โครงการหลัก ได้แก่ 1.โครงการคูปองอุดหนุนเพื่อการส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลในภาคธุรกิจอุตสาหกรรม หรือ depa mini-Transformation Voucher และ 2. มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการธุรกิจ SME ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือ มาตรการส่งเสริมและสนับสนุนด้านภาษี 200% โดยเป็นการดำเนินงานร่วมกับกรมสรรพากร
            สำหรับโครงการคูปองอุดหนุนฯ เป็นโครงการที่มุ่งการผลักดันให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เข้าถึงการใช้ Digital Platform ที่จะสามารถช่วยสร้างข้อมูลการตัดสินใจ สร้างความแข็งแกร่งในการบริหารจัดการให้กับธุรกิจ ทั้งในด้านการขายและการบริหารจัดการต่าง ๆ อาทิ ระบบการขยาย (Point of Sale: POS) ระบบจัดการคลังสินค้า ระบบขนส่ง ระบบบัญชี ระบบ CRM ระบบบริหารงานบุคคล เป็นต้น โดยเป็นการสนับสนุนเงินให้เปล่าในการซื้อและใช้บริการซอฟต์แวร์และดิจิทัลจากผู้ให้บริการในโครงการฯ จำนวน 100% แต่ไม่เกิน 10,000 บาท (ก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม) จำกัดสิทธิ 1 SME ต่อ 1 ทุน
            “ในปี 2562 นี้ depa ได้ร่วมกับ สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย (ATSI) หอการค้าจังหวัดชลบุรี สภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ด สมาคมการค้าซอฟต์แวร์และธุรกิจนวัตกรรมภาคตะวันนออกเฉียงเหนือ และหน่วยงานในภูมิภาค ส่งเสริมให้ SME ในกลุ่มร้านค้าปลีกค้าส่ง กลุ่มธุรกิจบริการ กลุ่มธุรกิจการท่องเที่ยว และกลุ่มธุรกิจการเกษตร เข้าถึงเครื่องมือดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำธุรกิจให้ดีขึ้น และมีข้อมูลในการดำเนินธุรกิจเพื่อช่วยในการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยมีเป้าหมาย 2,200 ราย ทั่วประเทศ คาดหวังสร้างโอกาสในการทำธุรกิจ ลดต้นทุนการบริหารจัดการ และเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจในยุคดิจิทัลได้อย่างเท่าทัน โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการและขั้นตอนการขอรับการสนับสนุน depa mini-Transformation Voucher ได้ที่ www.depa.or.th/smedigitalcoupon” ดร.ณัฐพลกล่าว
            ส่วนมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนด้านภาษี 200% นั้น ดร.ณัฐพล กล่าวว่า หากผู้ประกอบการ SME รายใด ใช้โปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ที่มาจากผู้ผลิตและผู้ให้บริการ ที่ได้รับการประกาศเป็นผู้ให้บริการภายใต้มาตรการภาษี 200% ก็สามารถใช้สิทธินำส่วนต่างของค่าใช้จ่ายมาหักลดหย่อนภาษีได้ 200% ภายใต้มาตรการที่ทางดีป้า ร่วมดำเนินการกับกรมสรรพากร ได้อีกด้วย โดยเป็นการลดหย่อนภาษี 100% สำหรับผู้ประกอบการ SME รายเล็ก โดยภาษีที่หักต้องอยู่ในหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนดในวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท โดยคำว่าลดภาษี 200% คือหัก 100% เป็นค่าใช้จ่าย และหักค่าเสื่อมได้อีก 3 ปี รวมเป็น 200 ตรวจสอบรายชื่อผู้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ผลิตและให้บริการมาตรการภาษี 200% และขั้นตอนการขอรับการสนับสนุนได้ที่ http://www.depa.or.th/th/tax200
สื่อมวลชนสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

     คุณวรัชญ์ชนันท์ เพชรณรงค์ (แอน)
     ส่วนประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร
     สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
     โทรศัพท์ 094 545 5054
     ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ aad-pr@depa.or.th

สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย มอบใบประกาศเกียรติคุณ ให้บริษัท เกรซ ออฟ อาร์ต จำกัด

          เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ.2561 นายทินกร เหล่าเราวิโรจน์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย(The Association of Thai Software Industry : ATSI) ได้มอบใบประกาศเกียรติคุณ ให้บริษัท เกรซ ออฟ อาร์ต จำกัด เพื่อแสดงว่า บริษัท เกรซ ออฟ อาร์ต ได้พัฒนาองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการใช้ซอฟต์แวร์ไทย กลุ่มอุตสาหกรรมการผลิต

กรมสรรพากรจับมือกับสำนักงาน คปภ. เชื่อมโยงข้อมูลการลดหย่อนภาษีเพื่ออำนวยความสะดวก ให้ผู้ทำประกันสุขภาพ

                        วันนี้ (4 ตุลาคม 2561) ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เป็นประธาน การประชุมร่วมกับ ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่อประชาสัมพันธ์มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการประกันสุขภาพของผู้มีเงินได้ ณ ห้องพระอุเทน 1 ชั้น 2 อาคารกรมสรรพากร

                        ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า “กรมสรรพากรมีนโยบายจะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในกระบวนการทำงานในทุกกระบวนการ (Digital Transformation) อันจะนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารการจัดเก็บภาษี พร้อมไปกับ “การสร้างบริการที่ดีของกรมสรรพากรให้แก่ผู้เสียภาษี”ในการเชื่อมโยงข้อมูลการลดหย่อนภาษีจากหน่วยงานภายนอก เช่น ข้อมูลเงินปันผล ข้อมูลเงินบริจาค ข้อมูลเบี้ยประกันสุขภาพ เป็นต้น เพื่อลดภาระของผู้เสียภาษีในการจัดเก็บเอกสารหลักฐานการลดหย่อนภาษีและเป็นการยกระดับความร่วมมือของหน่วยงานภายนอกและการให้บริการของหน่วยงานภาครัฐ และในระยะเปลี่ยนผ่าน กรมสรรพากรอำนวยความสะดวกให้กับผู้เสียภาษีที่ยื่นแบบฯ ทางอินเทอร์เน็ตและมีภาษีที่ขอคืน สามารถ upload เอกสารหลักฐานอื่นๆ ที่ใช้ในการลดหย่อนภาษีให้กับกรมสรรพากรเพื่อพิจารณาตรวจคืนภาษีเพื่อลดความยุ่งยากในการจัดเก็บเอกสารไว้รอการเรียกตรวจสอบในภายหลัง

                         ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการประชุมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สมาคมประกันชีวิต สมาคมประกันวินาศภัย บริษัทประกันชีวิต และบริษัทประกันวินาศภัยเป็นอย่างดีในการผลักดันมาตรการทางภาษีเพื่อส่งเสริมการประกันสุขภาพ นอกจากนี้ ในปี ๒๕๖๒ – ๒๕๖๓ กรมสรรพากร จะเชื่อมโยงข้อมูลกับ คปภ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ข้อมูลเบี้ยประกันชีวิต เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดาและเบี้ยประกันแบบบำนาญ เพื่อให้ผู้เสียภาษีได้รับความสะดวกและได้รับเงินคืนภาษีเร็วขึ้น

                        ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย กล่าวว่า “สำนักงาน คปภ. ในฐานะเป็นหน่วยกำกับดูแลและส่งเสริมพัฒนาธุรกิจประกันภัยให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส น่าเชื่อถือ และคุ้มครองประชาชนให้ได้รับสิทธิประโยชน์ครบถ้วนและเป็นธรรมจาก การประกันภัย ได้ดำเนินงานที่สำคัญตามนโยบายของรัฐบาล นโยบายที่กาหนดโดยคณะกรรมการ คปภ. ภายใต้แผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 3 (พ.ศ.2559-2563) โดยได้มีนโยบายมุ่งเน้นส่งเสริมและสนับสนุนให้การประกันภัยเข้าไปบริหารความเสี่ยงและเป็นหลักประกันความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชน อย่างเหมาะสม ซึ่งเป็นการแบ่งเบาภาระของภาครัฐด้านสวัสดิสงเคราะห์ สร้างความมั่นคงทางสังคม ตลอดจนส่งเสริมระบบเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน

                         ดังนั้น สำนักงาน คปภ. มีความมุ่งมั่นต่อการส่งเสริมการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัย ให้มีความหลากหลาย สอดคล้องกับสภาพความเสี่ยงและตอบสนองความต้องการของประชาชนผู้เอาประกันภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อต้องการให้ประชาชนมีการวางแผนการออมที่ดี รองรับความเสี่ยงทางด้านการเงินไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงจากภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ หรือรายจ่ายเมื่อยามสูงอายุ โดยได้ผลักดันมาตรการทางภาษีเพื่อส่งเสริมและจูงใจให้เกิดการทำประกันภัยเพื่อรองรับความเสี่ยงดังกล่าว ได้แก่ การประกันชีวิต การประกันสุขภาพ การประกันชีวิตแบบบำนาญ และการประกันสุขภาพให้กับบิดามารดาของผู้มีเงินได้ รวมทั้งบิดามารดาของคู่สมรสให้สามารถ นำเบี้ยประกันภัยดังกล่าวใช้สิทธิลดหย่อนได้ตามจำนวนที่กาหนดไว้ เพื่อสนับสนุนการใช้สิทธิขอลดหย่อนภาษีเงินได้จึงได้มีคำสั่งนายทะเบียนให้แก้ไขเพิ่มเติมแบบและข้อความใบคำขอเอาประกันภัย โดยเพิ่มเติมคำถามเกี่ยวกับการขอเอาประกันภัยเพื่อใช้สิทธิขอลดหย่อนภาษีเงินได้ และการให้ความยินยอมในการส่งและเปิดเผยข้อมูลของผู้เอาประกัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์สาหรับประชาชนที่ขอใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากเบี้ยประกันสุขภาพ โดยไม่ต้องใช้เอกสารหลักฐานการชำระเบี้ยประกันภัยประกอบการยื่นแบบขอใช้สิทธิลดหย่อนภาษี

                         สำหรับในอนาคตสำนักงาน คปภ. ภาคธุรกิจประกันภัยจะร่วมกับกรมสรรพากรในการนำนวัตกรรมใหม่ มาพัฒนาการเชื่อมโยงข้อมูลของบุคคลที่มีอยู่ในแต่ละหน่วยงาน เพื่อนำข้อมูลมาพัฒนาในการให้บริการประชาชนให้เกิดความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ลดขั้นตอน ลดความซ้ำซ้อนในการส่งข้อมูล และช่วยให้ การเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน มีความปลอดภัยและรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

                         ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์สารนิเทศสรรพากร 1161 (RD Intelligence Center) และสายด่วน คปภ. 1186

 

กรมสรรพากร เต็มที่ เต็มใจ ให้ประชาชน

สำนักงานเลขานุการกรม ส่วนปรชาสัมพันธ์

เลขที่ 90 ถนนพหลโยธิน 7 พญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0 2272 9529-30 โทรสาร 0 2617 3324

หรือศูนย์สารนิเทศสรรพากร 1161 (RD Intelligence Center)

โครงการ Depa Mini Transformation Voucher

รายละเอียดโครงการ Depa Mini Tranformation Voucher

โครงการนี้ได้มีเป้าหมาย.
  • การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเปลี่ยนแปลงกระบวนการต่างๆ ในองค์กร และอาจทำให้เกิด Business model ใหม่
  • การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงาน
  • การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเปลี่ยนข้อมูลจากอนาล็อกเป็นดิจิทัล

วัตถุประสงค์
  • สนับสนุนให้ SMEs ไทยยกระดับการบริหารจัดการ ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสร้างความแข็งแกร่งในการบริหารจัดการในกระบวนการภายในของธุรกิจ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนธุรกิจในยุคดิจิทัลอย่างมีแบบแผน
ผลกระทบที่คาดหวัง
  • สร้างโอกาส และมูลค่าการตลาดให้กับอุตสาหกรรมดิจิทัล
  • การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในกลุ่ม SMEs

ตัวอย่างเทคโนโลยีที่สนับสนุน

รูปแบบและเงื่อนไขการสนับสนุน

  • สนับสนุนรูปแบบเงินให้เปล่าสูงสุด จำนวนร้อยละ 100 ของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม ในวงเงินไม่เกิน 10,000 บาท
หมวดหมู่ค่าใช้จ่ายที่สนับสนุน
  • ค่าระบบ Software
  • ค่าเช่าใช้บริการระบบ อย่างน้อย 6 เดือน
  • ค่าอุปกรณ์ Hardware Smart Device สนับสนุน 50%
รูปแบบการสนับสนุน
  • เป็นลักษณะการเบิกค่าใช้จ่ายย้อนหลัง (Reimbursement) กล่าวคือผู้ได้รับการส่งเสริม และสนับสนุนจะต้องสำรองค่าใช้จ่ายในโครงการหรือการดำเนินงานล่วงหน้าไปก่อน แล้วจึงนำส่งหลักฐานใบเสร็จการชำระเงินมาเบิกค่าใช้จ่ายย้อนหลังกับสำนักงาน ฯ

กลุ่มธุรกิจ SMEs เป้าหมายหลัก
  1. ธุรกิจเกษตรและอาหาร เช่น โรงสี โรงงานแปรรูป เป็นต้น
  2. ธุรกิจร้านค้าบริการ เช่น ร้านอาหาร ธุรกิจบริการ เป็นต้น
  3. ธุรกิจร้านค้าปลีก-ค้าส่ง เช่น ร้านขายของชำ เป็นต้น
  4. ธุรกิจท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ที่พัก เช่ารถ ขนส่ง เป็นต้น

ขั้นตอนการขอรับการสนับสนุน

  1. ดาวน์โหลดใบสมัคร ที่นี่
  2. ซื้อซอฟต์แวร์ เทคโนโลยีดิจิทัลกับผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนผ่าน depa หรือจากหน่วยร่วมดำเนินงาน
  3. SMEs เตรียมเอกสารใบสมัคร และเอกสารหลักฐานประกอบ พร้อมรับรองสำเนา
  4. เบิกค่าใช้จ่ายการสนับสนุนกับหน่วยร่วมดำเนินงาน
คุณสมบัติ SMEs
  • ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ในกิจการผลิตสินค้า กิจการให้บริการ และกิจการค้าส่งและค้าปลีก ลักษณะตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม พ.ศ.๒๕๔๓
หลักฐานเอกสารประกอบการขอรับการสนับสนุน
  • ใบสมัคร
  • สำเนาใบเสร็จ / ใบกำกับภาษี / หลักฐานการ ซื้อ-ขาย
  • สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคล / สำเนาหนังสือบริคณห์สนธิ / ทะเบียนทางการค้า
หมายเหตุ
  • พิเศษ… หากท่านซื้อ หรือเช่าใช้บริการกับผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียน TAX 200 กับทาง Depa ท่านสามารถนำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ สามารถตรวจสอบรายชื่อ ผู้ประกอบการได้ ที่นี่