งบสนับสนุน 10,000 บาท

บริษัท ดับเบิลเอ็ม เทคโนโลยี หนึ่งใน digital service Providor ของสำนักงานเศรษฐกิจดิจิทัล

เพิ่มมาตราฐานระบบDouble M Samakkee และ Double M Agripro ด้วยมาตราฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูล E-TaxInvoice และE-Reciept

นายอภิรักษ์ เชียงเจริญ (กรรมการผู้จัดการ) ร่วมเป็นหนึ่งในโครงการนำร่องพัฒนาระบบ E-tax invoice&E-Receipt ของกรมสรรพากรเมื่อ2 ปีก่อนโดยนำมาตราฐานที่กำหนดโดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมอีเลคโทรนิคส์(ETDA) มาใช้ในระบบอีอาร์พี (Double M Samakkee Double AgriPro) โดยมาให้แสดงมุมมองที่กระทบกับอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ทั้งผู้พัฒนาและผู้ใช้งาน จัดขึ้นในงาน “ภาษีเป็นเรื่องง่ายๆ” 24 สิงหาคม 2563 ที่อิมแพค ฮอลล์ เมืองทองธานี

รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจและดิจิทัล เยี่ยมชมผลงาน Double M AgriPro Cloud ในโครงการ Digital Transform for Community ของดีป้า ที่วิสาหกิจชุมชนเนินสว่าง จ.ระยอง 24 สิงหาคม 2563

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจและสังคม และนายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ร่วมเยี่ยมชมโครงการ Digital Transform for Community ที่วิสาหกิจชุมชนเนินสว่าง อ.บ้านค่าย จ. ระยอง ผู้แปรรูปยางพารา สู่ผลิตภัณฑ์ที่รองนั่ง ที่หนอน สร้างมูลค่าให้กับยางพาราดิบและสร้างงานให้กับชุมชนกว่า 200 ครอบครัว โดยกลุ่มนำระบบบริหารจัดการ Double M AgriPro Cloud ไปใช้ในการบริหารจัดการระบบคลังสินค้า การผลิต โดยมีเพียงเจ้าหน้าที่เดิมเพียง 2 คน เปลี่ยนการบันทึกในสมุด มาเป็นรูปแบบระบบบนออนไลน์ ไม่มีเจ้าหน้าที่สารสนเทศ ไม่ต้องลงทุนซืื้อเครื่องแม่ข่าย ก็สามารถมีระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพใช้งานได้

https://www.kaikarubber.com/en

โครงการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการได้รับมาตรฐาน ISO/IEC 29110

             เมื่อวันศุกร์ ที่ 15 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา บริษัท Double M Technology Management Co,.Ltd. โดยมีคุณอภิรักษ์ เชียงเจริญ กรรมการผู้จัดการบริษัท ได้ขึ้นไปรับใบประกาศมาตรฐาน ISO/IEC 29110 ของโครงการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการได้รับมาตรฐาน ISO/IEC 29110 เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของบริษัท ที่บริษัทเรามีการยืนยันจาก ISO ว่าสิ่งที่สร้างจากบริษัทเรามีมาตรฐานรับรองจริงๆ

นิรโทษภาษีเอสเอ็มอีรอบใหม่ คลังปล่อยผียกเว้น “เบี้ยปรับ-เงินเพิ่ม”

          เอสเอ็มอีบัญชีเดียวไม่สะเด็ดน้ำ คลังออกมาตรการเปิดให้จดแจ้งแสดงตนรอบใหม่ภายใน มิ.ย.นี้ เผยรอบแรก มีผู้เข้าร่วมเกือบ 5 แสนราย แต่ยังทำบัญชีเสียภาษีไม่ถูกต้องเพียบ เปิดทางรายเก่า-ใหม่เข้ามาเคลียร์ภาษีให้ถูกต้อง ขุนคลังชี้รอบนี้ยกเว้น “เบี้ยปรับ-เงินเพิ่ม” ให้จ่ายเฉพาะเนื้อภาษี 
          นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กระทรวงการคลังเตรียมออกมาตรการจูงใจให้ผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีทำบัญชีเล่มเดียวอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้ หลังจากที่เคยออกมาตรการลักษณะนี้ไปแล้ว เมื่อปี 2559 แต่ปรากฏว่าเอสเอ็มอีที่เข้ามาจดแจ้งเข้าร่วมโครงการยังทำบัญชีกันไม่ถูกต้องอยู่อีกมากพอสมควร อย่างไรก็ดี ครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้เอสเอ็มอีที่ไม่ได้จดแจ้งเข้าร่วมเมื่อปี 2559 สามารถเข้าร่วมโครงการได้ด้วย
          “จะมีมาตรการออกมาสำหรับทั้งคนที่เคยจดแจ้งและ คนที่ยังไม่เคยจดแจ้งแต่ต้องการทำให้ถูกต้องสามารถเข้าร่วมได้ ซึ่งจะได้รับการยกเว้นเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม โดยต้องมาชำระภาษีให้เรียบร้อยภายในเดือน มิ.ย.” นายอภิศักดิ์กล่าว
          รมว.คลังกล่าวว่า มาตรการบัญชีเล่มเดียวยังคงเป็นไปตามเดิม แต่ที่ต้องออกมาตรการจูงใจรอบนี้ก็เพื่อเป็นการผ่อนผันให้ผู้ที่ยังทำไม่ถูกต้องได้ทำบัญชีให้ถูกต้อง
          ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า มาตรการจูงใจเอสเอ็มอีให้จัดทำบัญชีเดียวดังกล่าว ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)
          แหล่งข่าวจากกรมสรรพากรกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ได้มีการเสนอมาตรการดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปตั้งแต่ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเสนอเป็นร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ปัจจุบันอยู่ในขั้นการพิจารณาของ สนช. คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน มี.ค.นี้ เพราะถือเป็นเรื่องเร่งด่วน อย่างไรก็ดี จะแตกต่างไปจากมาตรการครั้งก่อนที่ออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การยกเว้นและสนับสนุนการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร พ.ศ. 2558
         ทั้งนี้ มาตรการครั้งก่อนที่ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีรายได้ไม่เกิน 500 ล้านบาท ในรอบบัญชีปี 2558 ได้จดแจ้งการจัดทำบัญชีและงบการเงินให้สอดคล้องกับสภาพที่แท้จริงของกิจการ (บัญชีเล่มเดียว) ต่อกรมสรรพากรภายใน 15 มี.ค. 2559 จะได้รับการยกเว้นจากการตรวจสอบภาษีอากรย้อนหลัง ซึ่งปรากฏว่ามีเอสเอ็มอีเข้ามาจดแจ้งกับกรมสรรพากรเกือบ 5 แสนราย แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังมีเอสเอ็มอีที่ทำบัญชียังไม่ถูกต้องอยู่อีกค่อนข้างมาก
          “รอบนี้จะเปิดโอกาสให้เอสเอ็มอีที่มีรายได้ไม่เกิน 500 ล้านบาท ที่มีการยื่นแบบแสดงรายการภาษีในปี 2559-2561 แต่ยังทำบัญชีไม่ถูกต้อง สามารถยื่นปรับปรุงแบบภาษีที่ถูกต้องต่อกรมสรรพากร ในช่วงตั้งแต่ มิ.ย. 2562 จนถึง มิ.ย. 2563 และมีเงื่อนไขต้องยื่นผ่านอินเทอร์เน็ตเท่านั้น ซึ่งจะได้รับการยกเว้นเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม โดยเสียเฉพาะเนื้อภาษี ทั้งนี้ เปิดโอกาสให้ทั้งเอสเอ็มอีรายใหม่ที่ยังไม่เคยจดแจ้ง และรายที่เคยจดแจ้งแล้วแต่ยังไม่มีการปรับปรุงแบบให้ถูกต้องด้วย โดยต้องมาจดแจ้งใหม่หลังกฎหมายบังคับใช้จนถึงภายในเดือน มิ.ย.2562 นี้”

 

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ผลักดันธุรกิจขนาดเล็กใช้ระบบไอทีบริหารกิจการ

     บริษัท ดับเบิล เอ็ม เทคโนโลยี แมเนจเม้นท์ จำกัด ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์  ใน”โครงการบริหารจัดการธุรกิจแบบครบวงจร” (total Solution for SMEs)  โดยสนับสนุนธุรกิจที่มีทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท และยอดขายไม่เกิน 5 ล้านได้ใช้ระบบไอทีในการบริหารกิจการ โดยสามารถนำระบบ Double M Samakkee 1 Cloud ไปใช้ระยะ 12 เดือน จำนวน 1 ผู้ใช้งาน (ไม่รวมค่าอบรมการใช้งาน)

Double M Samakkee 1 Cloud

  • เหมาะกับธุรกิจทุกอุตสาหกรรม
  • รองรับการขายหน้าร้าน โดยใช้ระบบ P.O.S.
  • รองรับการขายส่ง และขายต่างประเทศ
  • รองรับขยายสาขา ไม่จำกัด ทำงานผ่านออนไลน์
  • ดูยอดขายและสินค้าเหลือผ่านมือถือหรือผ่าน
  • ระบบคลังสินค้าที่รองรับสินค้าที่หมดอายุได้ พร้อมรายงานสต๊อคการ์ด
  • ระบบบันทึกรายรับและรายจ่าย พร้อมภาษีซื้อ ภาษีขาย
  • รายงานงบกำไร-ขาดทุนตามสาขา พร้อมปิดงบ

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Call : 0-20433697 / 0840884638
Line : @doublem
Facebook : doublemtech

ทุนสนับสนุนการซื้อผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลสูงสุดจำนวน 10,000 บาท* เพื่อยกระดับการบริหารจัดการของ SMEs ไทย “depa ช่วย SMEs ไทย ประยุกต์ใช้ดิจิทัล”

Depa ใจดีแจก Voucher สำหรับผู้ประกอบการที่ใช้บริการ ของทางบริษัทเรา
กลุ่มเป้าหมาย SMEs :

  • ธุรกิจเกษตรและอาหาร (โรงสี โรงงานแปรรูป)
  • ธุรกิจร้านค้าบริการ (ร้านอาหาร ธุรกิจบริการ)
  • ธุรกิจร้านค้าปลีก – ค้าส่ง (ร้านขายของชำ)
  • ธุรกิจท่องเที่ยว (โรงแรม ที่พัก เช่ารถ ขนส่ง)

* ระยะเวลาโครงการ : ตลอดปี 2562
* จำนวนทุนสนับสนุน : 2,200 ทุน ทั่วประเทศ

รายละเอียดโครงการ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.depa.or.th/th/SMEdigitalcoupon
ติดต่อสอบถาม 084-088-4638 คุณอภิรักษ์

ดีป้าใจป้ำ มอบของขวัญปีใหม่ให้SMEรายเล็กซื้อ Software รับส่วนลดสูงสุด 10,000 บาทต่อราย พร้อมรับสิทธิลดหย่อนภาษี 200 %

            ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) กล่าวว่า ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มอบหมายให้ดีป้าจัดเตรียมมอบของขวัญปีใหม่ให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย เพื่อส่งเสริมให้มีการประยุกต์ใช้ดิจิทัลในองค์กรเพื่อยกระดับธุรกิจและก้าวทันการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลยุค Thailand 4.0 โดยดีป้ารับลูกสนับสนุนเอสเอ็มอีใช้ดิจิทัล ภายใต้ 2 โครงการหลัก ได้แก่ 1.โครงการคูปองอุดหนุนเพื่อการส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลในภาคธุรกิจอุตสาหกรรม หรือ depa mini-Transformation Voucher และ 2. มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการธุรกิจ SME ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือ มาตรการส่งเสริมและสนับสนุนด้านภาษี 200% โดยเป็นการดำเนินงานร่วมกับกรมสรรพากร
            สำหรับโครงการคูปองอุดหนุนฯ เป็นโครงการที่มุ่งการผลักดันให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เข้าถึงการใช้ Digital Platform ที่จะสามารถช่วยสร้างข้อมูลการตัดสินใจ สร้างความแข็งแกร่งในการบริหารจัดการให้กับธุรกิจ ทั้งในด้านการขายและการบริหารจัดการต่าง ๆ อาทิ ระบบการขยาย (Point of Sale: POS) ระบบจัดการคลังสินค้า ระบบขนส่ง ระบบบัญชี ระบบ CRM ระบบบริหารงานบุคคล เป็นต้น โดยเป็นการสนับสนุนเงินให้เปล่าในการซื้อและใช้บริการซอฟต์แวร์และดิจิทัลจากผู้ให้บริการในโครงการฯ จำนวน 100% แต่ไม่เกิน 10,000 บาท (ก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม) จำกัดสิทธิ 1 SME ต่อ 1 ทุน
            “ในปี 2562 นี้ depa ได้ร่วมกับ สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย (ATSI) หอการค้าจังหวัดชลบุรี สภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ด สมาคมการค้าซอฟต์แวร์และธุรกิจนวัตกรรมภาคตะวันนออกเฉียงเหนือ และหน่วยงานในภูมิภาค ส่งเสริมให้ SME ในกลุ่มร้านค้าปลีกค้าส่ง กลุ่มธุรกิจบริการ กลุ่มธุรกิจการท่องเที่ยว และกลุ่มธุรกิจการเกษตร เข้าถึงเครื่องมือดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำธุรกิจให้ดีขึ้น และมีข้อมูลในการดำเนินธุรกิจเพื่อช่วยในการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยมีเป้าหมาย 2,200 ราย ทั่วประเทศ คาดหวังสร้างโอกาสในการทำธุรกิจ ลดต้นทุนการบริหารจัดการ และเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจในยุคดิจิทัลได้อย่างเท่าทัน โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการและขั้นตอนการขอรับการสนับสนุน depa mini-Transformation Voucher ได้ที่ www.depa.or.th/smedigitalcoupon” ดร.ณัฐพลกล่าว
            ส่วนมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนด้านภาษี 200% นั้น ดร.ณัฐพล กล่าวว่า หากผู้ประกอบการ SME รายใด ใช้โปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ที่มาจากผู้ผลิตและผู้ให้บริการ ที่ได้รับการประกาศเป็นผู้ให้บริการภายใต้มาตรการภาษี 200% ก็สามารถใช้สิทธินำส่วนต่างของค่าใช้จ่ายมาหักลดหย่อนภาษีได้ 200% ภายใต้มาตรการที่ทางดีป้า ร่วมดำเนินการกับกรมสรรพากร ได้อีกด้วย โดยเป็นการลดหย่อนภาษี 100% สำหรับผู้ประกอบการ SME รายเล็ก โดยภาษีที่หักต้องอยู่ในหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนดในวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท โดยคำว่าลดภาษี 200% คือหัก 100% เป็นค่าใช้จ่าย และหักค่าเสื่อมได้อีก 3 ปี รวมเป็น 200 ตรวจสอบรายชื่อผู้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ผลิตและให้บริการมาตรการภาษี 200% และขั้นตอนการขอรับการสนับสนุนได้ที่ http://www.depa.or.th/th/tax200
สื่อมวลชนสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

     คุณวรัชญ์ชนันท์ เพชรณรงค์ (แอน)
     ส่วนประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร
     สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
     โทรศัพท์ 094 545 5054
     ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ aad-pr@depa.or.th

สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย มอบใบประกาศเกียรติคุณ ให้บริษัท เกรซ ออฟ อาร์ต จำกัด

          เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ.2561 นายทินกร เหล่าเราวิโรจน์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย(The Association of Thai Software Industry : ATSI) ได้มอบใบประกาศเกียรติคุณ ให้บริษัท เกรซ ออฟ อาร์ต จำกัด เพื่อแสดงว่า บริษัท เกรซ ออฟ อาร์ต ได้พัฒนาองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการใช้ซอฟต์แวร์ไทย กลุ่มอุตสาหกรรมการผลิต

กรมสรรพากรจับมือกับสำนักงาน คปภ. เชื่อมโยงข้อมูลการลดหย่อนภาษีเพื่ออำนวยความสะดวก ให้ผู้ทำประกันสุขภาพ

                        วันนี้ (4 ตุลาคม 2561) ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เป็นประธาน การประชุมร่วมกับ ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่อประชาสัมพันธ์มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการประกันสุขภาพของผู้มีเงินได้ ณ ห้องพระอุเทน 1 ชั้น 2 อาคารกรมสรรพากร

                        ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า “กรมสรรพากรมีนโยบายจะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในกระบวนการทำงานในทุกกระบวนการ (Digital Transformation) อันจะนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารการจัดเก็บภาษี พร้อมไปกับ “การสร้างบริการที่ดีของกรมสรรพากรให้แก่ผู้เสียภาษี”ในการเชื่อมโยงข้อมูลการลดหย่อนภาษีจากหน่วยงานภายนอก เช่น ข้อมูลเงินปันผล ข้อมูลเงินบริจาค ข้อมูลเบี้ยประกันสุขภาพ เป็นต้น เพื่อลดภาระของผู้เสียภาษีในการจัดเก็บเอกสารหลักฐานการลดหย่อนภาษีและเป็นการยกระดับความร่วมมือของหน่วยงานภายนอกและการให้บริการของหน่วยงานภาครัฐ และในระยะเปลี่ยนผ่าน กรมสรรพากรอำนวยความสะดวกให้กับผู้เสียภาษีที่ยื่นแบบฯ ทางอินเทอร์เน็ตและมีภาษีที่ขอคืน สามารถ upload เอกสารหลักฐานอื่นๆ ที่ใช้ในการลดหย่อนภาษีให้กับกรมสรรพากรเพื่อพิจารณาตรวจคืนภาษีเพื่อลดความยุ่งยากในการจัดเก็บเอกสารไว้รอการเรียกตรวจสอบในภายหลัง

                         ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการประชุมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สมาคมประกันชีวิต สมาคมประกันวินาศภัย บริษัทประกันชีวิต และบริษัทประกันวินาศภัยเป็นอย่างดีในการผลักดันมาตรการทางภาษีเพื่อส่งเสริมการประกันสุขภาพ นอกจากนี้ ในปี ๒๕๖๒ – ๒๕๖๓ กรมสรรพากร จะเชื่อมโยงข้อมูลกับ คปภ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ข้อมูลเบี้ยประกันชีวิต เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดาและเบี้ยประกันแบบบำนาญ เพื่อให้ผู้เสียภาษีได้รับความสะดวกและได้รับเงินคืนภาษีเร็วขึ้น

                        ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย กล่าวว่า “สำนักงาน คปภ. ในฐานะเป็นหน่วยกำกับดูแลและส่งเสริมพัฒนาธุรกิจประกันภัยให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส น่าเชื่อถือ และคุ้มครองประชาชนให้ได้รับสิทธิประโยชน์ครบถ้วนและเป็นธรรมจาก การประกันภัย ได้ดำเนินงานที่สำคัญตามนโยบายของรัฐบาล นโยบายที่กาหนดโดยคณะกรรมการ คปภ. ภายใต้แผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 3 (พ.ศ.2559-2563) โดยได้มีนโยบายมุ่งเน้นส่งเสริมและสนับสนุนให้การประกันภัยเข้าไปบริหารความเสี่ยงและเป็นหลักประกันความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชน อย่างเหมาะสม ซึ่งเป็นการแบ่งเบาภาระของภาครัฐด้านสวัสดิสงเคราะห์ สร้างความมั่นคงทางสังคม ตลอดจนส่งเสริมระบบเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน

                         ดังนั้น สำนักงาน คปภ. มีความมุ่งมั่นต่อการส่งเสริมการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัย ให้มีความหลากหลาย สอดคล้องกับสภาพความเสี่ยงและตอบสนองความต้องการของประชาชนผู้เอาประกันภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อต้องการให้ประชาชนมีการวางแผนการออมที่ดี รองรับความเสี่ยงทางด้านการเงินไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงจากภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ หรือรายจ่ายเมื่อยามสูงอายุ โดยได้ผลักดันมาตรการทางภาษีเพื่อส่งเสริมและจูงใจให้เกิดการทำประกันภัยเพื่อรองรับความเสี่ยงดังกล่าว ได้แก่ การประกันชีวิต การประกันสุขภาพ การประกันชีวิตแบบบำนาญ และการประกันสุขภาพให้กับบิดามารดาของผู้มีเงินได้ รวมทั้งบิดามารดาของคู่สมรสให้สามารถ นำเบี้ยประกันภัยดังกล่าวใช้สิทธิลดหย่อนได้ตามจำนวนที่กาหนดไว้ เพื่อสนับสนุนการใช้สิทธิขอลดหย่อนภาษีเงินได้จึงได้มีคำสั่งนายทะเบียนให้แก้ไขเพิ่มเติมแบบและข้อความใบคำขอเอาประกันภัย โดยเพิ่มเติมคำถามเกี่ยวกับการขอเอาประกันภัยเพื่อใช้สิทธิขอลดหย่อนภาษีเงินได้ และการให้ความยินยอมในการส่งและเปิดเผยข้อมูลของผู้เอาประกัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์สาหรับประชาชนที่ขอใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากเบี้ยประกันสุขภาพ โดยไม่ต้องใช้เอกสารหลักฐานการชำระเบี้ยประกันภัยประกอบการยื่นแบบขอใช้สิทธิลดหย่อนภาษี

                         สำหรับในอนาคตสำนักงาน คปภ. ภาคธุรกิจประกันภัยจะร่วมกับกรมสรรพากรในการนำนวัตกรรมใหม่ มาพัฒนาการเชื่อมโยงข้อมูลของบุคคลที่มีอยู่ในแต่ละหน่วยงาน เพื่อนำข้อมูลมาพัฒนาในการให้บริการประชาชนให้เกิดความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ลดขั้นตอน ลดความซ้ำซ้อนในการส่งข้อมูล และช่วยให้ การเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน มีความปลอดภัยและรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

                         ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์สารนิเทศสรรพากร 1161 (RD Intelligence Center) และสายด่วน คปภ. 1186

 

กรมสรรพากร เต็มที่ เต็มใจ ให้ประชาชน

สำนักงานเลขานุการกรม ส่วนปรชาสัมพันธ์

เลขที่ 90 ถนนพหลโยธิน 7 พญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0 2272 9529-30 โทรสาร 0 2617 3324

หรือศูนย์สารนิเทศสรรพากร 1161 (RD Intelligence Center)